สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย ประชุมขับเคลื่อนและกำกับติดตามการประเมินคุณธรรม และความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ( Integrity & Transparency Assessment : ITA ) ของสถานีตำรวจนครบาล ครั้งที่ 4 ปีงบประมาณ 2568 วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 4 สน.จรเข้น้อย
เริ่มประชุมเวลา 10.00 น.
วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ทราบ
พันตำรวจเอก พรรณลบ สำราญสม ผู้กำกับการสถานีตำรวจจรเข้น้อย เป็นประธาน การประชุม กล่าวเปิดประชุม
ตามหนังสือ กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 ด่วนที่สุด ที่ 0015.(บก.น.3)11/3543 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2567 ท้ายหนังสือกองบัญชาการตำรวจนครบาล ด่วนที่สุดที่ 0015.132/17514 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2567 เรื่องการเตรียมความพร้อมขับเคลื่อน และกำกับติดตามการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานหน่วยงานภาครัฐภาครัฐ ( Integrity & Transparency Assessment : ITA ) ของสถานีตำรวจนครบาล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยแบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) ข้อ 3.6.3 ตัวชี้วัดที่ 10 การป้องกันการทุจริต (Anti-Corruption Practice ) ตัวชี้วัดย่อยที่ 10.0 การดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริต ข้อ 019 การมีส่วนร่วมของหัวหน้า โดยให้ดำเนินกิจกรรมการเผยแพร่หรือเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้เจ้าหน้าที่ ในการจัดการทรัพย์สินของราชการ ของบริจาค และการจัดเก็บของกลางเพื่อป้องกันการทุจริตภายในหน่วยงาน
พันตำรวจโทหญิงบุญญาภา มีโชค สารวัตรอำนวยการ ฯ ดำเนินการอ่านประกาศ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทุกนายทราบ
ประกาศ สถานีตํารวจนครบาลจรเข้น้อยเรื่อง มาตรการแนวทางการยืมหรือเบิกจ่ายทรัพย์สินของราชการ ของบริจาค และการจัดเก็บของกลางและสํานวนการสอบสวนคดีอาญาและคดีจราจร
ด้วย สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย ได้กำหนดมาตรการการจัดการทรัพย์สินของราชการ ของบริจาค และการจัดเก็บของกลางและสํานวนการสอบสวนคดีอาญาและคดีจราจร เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการจัดการทรัพย์สินของราชการและของบริจาค ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถือปฎิบัติโดยทั่วกัน เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงภารกิจ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถานีตำรวจนครบาลจระเข้น้อย จึงกำหนดมาตรการการจัดการทรัพย์สินของราชการ ของบริจาค และการจัดเก็บของกลางและสํานวนการสอบสวนคดีอาญาและคดีจราจร ดังนี้
แนวทางการใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของทางราชการ
1.ผู้ยืมหรือเบิก ขอใช้รถยนต์ของทางราชการ ดำเนินการเขียนแบบฟอร์มขออนุญาตใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของทางราชการ เป็นลายลักษณ์อักษร เสนอผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย ผ่านเจ้าหน้าที่พัสดุ
2.เจ้าหน้าที่พัสดุ ตรวจสอบเอกสาร และเสนอผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย เพื่อพิจารณาอนุญาต/ไม่อนุญาต
3.เมื่อได้รับอนุญาตให้ยืมหรือเบิกแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการเบิกจ่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของทางราชการ ให้กับผู้เบิก ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
4.ผู้ยืมหรือเบิก ต้องใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของทางราชการ ในการปฏิบัติราชการ ตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดโดยเคร่งครัด
5.เมื่อเสร็จสิ้นจากการปฎิบัติหน้าที่ราชการ ผู้ยืมหรือเบิก ต้องนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของทางราชการ มาเก็บรักษาไว้ในสถานที่ที่กำหนด
6.ผู้ยืมหรือเบิก ต้องหมั่นทำความสะอาด และซ่อมบำรุงรักษารถยนต์และรถจักรยานยนต์ของทางราชการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของทางราชการ มีอายุการใช้งานได้ยาวนานและอยู่ในภาพเรียบร้อบสมบูรณ์ สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
7.ผู้ยืมหรือเบิก รถยนต์และรถจักรยายนต์ของทางราชการ ต้องรับผิดชอบ ในกรณีที่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของทางราชการ สูญหายเพราะความประมาทเลินเล่อของผู้เบิก หรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้ไปนอกเหนือราชการปกติ ผู้เบิกต้องรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทนความสูญหาย แม้ด้วยเหตุสุดวิสัย ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลภายนอก ผู้เบิกต้องเป็นผู้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จากบุคคลภายนอกในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะความผิดของผู้ขับขี่ซึ่งมิใช้ผู้เบิก ผู้เบิกต้องรับผิดชอบในการซ่อมแซมให้คงสภาพดีตามเดิม
8.ให้นำระเบียบความรับผิดชอบของข้าราชการตำรวจในทางแพ่ง มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยงข้องกับกรณีดังกล่าวมาใช้บังคับตามประกาศนี้ด้วย
9.เมื่อผู้ยืมหรือเบิก หมดความจำเป็นในการใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของทางราชการ หรือโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งที่อื่นให้ผู้เบิก นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของทางราชการส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อดำเนินการตามจัดสรรให้กับข้าราชการตำรวจ ที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งแทน เพื่อยืมไปใช้ในราชการตามระเบียบต่อไป
แนวทางการใช้อาวุธปืนของทางราชการ
1.ผู้ยืมหรือเบิก อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการ ดำเนินการเขียนแบบฟอร์มขอเบิก-จ่าย อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการ ผ่านเจ้าหน้าที่พัสดุ
2.เจ้าหน้าที่พัสดุ ตรวจสอบเอกสาร และเสนอผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย เพื่อพิจารณาอนุญาต/ไม่อนุญาต
3.เมื่อได้รับอนุญาตให้ยืมหรือเบิกแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการเบิกจ่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการ ให้กับผู้เบิกตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
4.ผู้ยืมหรือเบิกต้องใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการ ในการปฏิบัติราชการ ตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดโดยเคร่งครัด
5.เมื่อเสร็จสิ้นจากการปฎิบัติหน้าที่ราชการ ผู้ยืมหรือเบิก ต้องนำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการ มาเก็บรักษาไว้ในสถานที่ที่กำหนด
6.ผู้ยืมหรือเบิก ต้องหมั่นทำความสะอาด และซ่อมบำรุงรักษาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการ มีอายุการใช้งานได้ยาวนานและอยู่ในภาพเรียบร้อบสมบูรณ์ สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
7.เมื่อผู้ยืมหรือเบิก หมดความจำเป็นในการใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการ หรือโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งที่อื่นให้ผู้เบิก นำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อดำเนินการตามจัดสรรให้กับข้าราชการตำรวจ ที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งแทน เพื่อยืมไปใช้ในราชการตามระเบียบต่อไป
8.ให้เจ้าหน้าที่พัสดุ ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรักษาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการ ตามมาตรการในการปิด-เปิดสถานที่เก็บอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการ ของสถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย โดยเคร่งครัด
แนวทางการใช้ของบริจาค
1.ให้เจ้าหน้าที่พัสดุ ดำเนินการรับบริจาคตามอำนาจหน้าที่ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดไว้ ในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ ๖๖๙/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ เรื่อง กำหนดลักษณะและการมอบอำนาจหน้าที่การรับผิดชอบ
2.ในกรณีที่การบริจาคเงินหรือสิ่งของที่มีมูลค่าเกินกว่า หรือเงินแจ้งให้กองพลาธิการ เพื่อเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขออนุมัติรับและลงนาม ออกใบอนุโมทนาการบริจาค
3.เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้อนุมัติรับบริจาคแล้ว ให้ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย จัดทำบัญชีคุมพัสดุตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
4.การใช้ทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาค ให้ปฏิบัติตามการใช้ทรัพย์สินของทางราชการโดยเคร่งครัด
แนวทางการจัดเก็บของกลาง
ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง ต้องเก็บรักษาและดูแลของกลางที่ได้รับมอบไว้ในที่ปลอดภัย ไม่ให้เกิดการสูญหาย เสียหายและต้องเก็บรักษาของกลางตามวิธีการที่ถูกต้องในของกลางแต่ละประเภท ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการรักษาและการจำหน่ายของกลาง พ.ศ. 2565 และผูมีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าที่ดำเนินการ ดังนี้
1.ตรวจสอบสภาพของกลาง และความถูกต้องก่อนที่จะเก็บรักษา
2.จักทำบัญชีของกลาง ที่เก็บรักษาไว้ตามประเภทของกลาง ได้แก่ ของกลางในคดีอาญาและของกลางอย่างอื่น
3.จัดทำหลักฐานการรักและส่งมอบ ของกลางให้เรียบร้อย
4.ตรวจสอบสภาพของกลางและบันทึกรายงานผลการตรวจสอบให้ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย เพื่อทราบทุกระยะ 6 เดือน
5.จัดให้มีกุญแจหรือรหัสสถานที่เก็บรักษาของกลางให้มั่นคงแข็งแรง
6.จัดให้มีสมุดควบคุมเปิด-ปิดสถานที่เก็บรักษาของกลาง
7.ส่งมอบของกลางแก่บุคคลที่ร้องขอ ตามที่กฎหมายและระเบียบให้อำนาจไว้
8.ดำเนินการอื่นใด เพื่อการเก็บรักษาของกลางตามที่เห็นสมควร
ทั้งนี้ให้ผู้มีหน้าที่ควบคุมพัสดุ ควบคุมและตรวจสอบและตรวจนับพัสดุ อาวุธยุทธภัณฑ์ ครุภัณฑ์ ยานพาหนะ เพื่อให้มีความพร้อมต่อการใช้งานในภารกิจประจำวัน และรายงานให้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย ทราบทุกเดือน
แนวทางการจัดเก็บสำนวนการสอบสวนคดีอาญาและคดีจราจร
1.การจัดทำบัญชีคุมสำนวน แยกประเภทสำนวน เป็นคดีอาญา และคดีจราจร แยกเป็นรายปีในบัญชีคุม ให้ปรากฏรายละเอียดของสำนวน มีเลขคดี , ชื่อพนักงานสอบสวน , ข้อกล่าวหา , เลขบัญชีของกลางที่ยึด อายัด ตรงกับสมุดคุมบัญชีของกลาง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกสับเปลี่ยน หรือไม่นำเข้าระบบ หรือเข้าระบบบางส่วน เพื่อแลกกับการเรียกรับผลประโยชน์ทั้งทางคดีและรับทรัพย์สิน มีระบบควบคุมที่เพียงพอ และให้จัดทำบัญชีสำนวน ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย เพื่อสะดวกแก่การตรวจสอบและค้นหา
2.ออกคำสั่งผู้รับผิดสอบการจัดเก็บสำนวน
3.จัดสถานที่เก็บสำนวนให้เป็นระบบ เป็นสัดส่วน
โดยมอบหมายให้ฝ่ายอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย ทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ และเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้บุคคลกรในสังกัดรับทราบ และถือปฏิบัติตามมาตรการแนวทางการยืมหรือเบิกจ่ายทรัพย์สินของราชการ ของบริจาค และการจัดเก็บของกลาง สํานวนการสอบสวนคดีอาญาและคดีจราจร ประกาศ ณ วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2567
ผกก.สน.จรเข้น้อย กล่าว ขอให้ข้าราชการตำรวจ สน.จรเข้น้อย ทุกนาย ทราบเรื่องประกาศ
ของ สถานีตํารวจนครบาลจรเข้น้อยเรื่อง มาตรการแนวทางการยืมหรือเบิกจ่ายทรัพย์สินของราชการ ของบริจาค และการจัดเก็บของกลางและสํานวนการสอบสวนคดีอาญาและคดีจราจร และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ผกก.สน.จรเข้น้อย กล่าว ส่วนอีกหนึ่งเรื่อง เป็นประกาศ สถานีตํารวจนครบาลจรเข้น้อย เรื่อง การจัดการทรัพย์สินของราชการ ของบริจาค และการจัดเก็บของกลางและสํานวนการสอบสวนคดีอาญาและคดีจราจร
ด้วย สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย มีความมุ่งมั่นในการบริหารและจัดการจัดการทรัพย์สิน ของราชการ ของบริจาค และการจัดเก็บของกลาง และสํานวนการสอบสวนคดีอาญาและคดีจราจร เพื่อให้ มีการจัดเก็บ การเบิก จ่าย นําไปใช้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ในการนี้ จึงได้กำหนดจัดทำมาตรการจัดการทรัพย์สินของราชการ ของบริจาค และการ จัดเก็บของกลาง และสํานวนการสอบสวนคดีอาญาและคดีจราจร เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการจัดการ ทรัพย์สินของราชการและของบริจาคสำหรับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถือปฏิบัติโดยทั่วกัน
ข้อ 1 ประกาศฉบับนี้
“ สถานีตำรวจ” หมายความว่า สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย
“พัสดุ” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ของ สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย ที่มีไว้เพื่อใช้ร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของทางราชการ
“ของบริจาค” หมายความว่า เงินหรือพัสดุที่มีผู้มอบให้แก่ สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย เพื่อใช้ในกิจการของ สถานีตำรวจนครบาลจระเข้น้อยโดยระบุวัตถุประสงค์ไว้ชัดเจน
“วัสดุ” หมายความว่า สิ่งของที่มีลักษณะโดยสภาพไม่คงทนถาวรหรือตามปกติมีอายุ การใช้งานไม่นาน สิ้นเปลือง หมดไป หรือเปลี่ยนสภาพในระยะเวลาอันสั้น
“ครุภัณฑ์” หมายความว่า สิ่งของที่มีลักษณะโดยสภาพคงทนถาวรหรือตามปกติมีอายุ การใช้งานนาน ไม่สิ้นเปลือง หมดไป หรือเปลี่ยนสภาพไปในระยะเวลาอันสั้น
“ผู้ยืม” หมายความว่า สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย หรือเจ้าหน้าที่ของ สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย
“ผู้ให้ยืม” หมายความว่า ผู้มีอำนาจอนุมัติให้ยืม
“ผู้มีอำนาจอนุมัติให้ยืม” หมายความว่า หัวหน้าสถานีผู้ให้ยืม หรือหัวหน้างานพัสดุหรือเจ้าหน้าที่อื่นที่หัวหน้าสถานีผู้ให้ยืมมอบหมาย
“ของกลาง” หมายความว่า คือ วัตถุใด ๆ หรือทรัพย์สิน ซึ่งตกมาอยู่ในความคุ้มครอง ของเจ้า
พนักงาน โดยอำนาจของกฎหมายหรือโดยหน้าที่ในทางราชการ และได้ยึดไว้เป็นของกลางเพื่อพิสูจน์ ในทางคดี หรือเพื่อจัดการอย่างอื่นตามหน้าที่ราชการ ของกลาง แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
– ของกลางในคดีอาญา ได้แก่ ของกลางที่เกี่ยวข้องต้องจัดการทางคดีอาญา เช่น ของที่บุคคลมีไว้ หรือใช้เป็นความผิด หรือเป็นของที่ใช้เป็นหลักฐานพิสูจน์ความผิด
– ของกลางอย่างอื่น คือ ของกลางที่ไม่เข้าอยู่ในลักษณะของกลางในคดีอาญา เช่น ของที่เก็บตก หล่น หลุด ลอยไหลได้ เป็นต้น (ข้อบังคับการเก็บรักษาของกลางกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.๒๔๘๐ ลักษณะ ๑ ข้อ ๔, ข้อ ๕)
“สํานวนการสอบสวน” หมายความว่า บรรดาสรรพเอกสารทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมไว้ เช่น บันทึกคำให้การผู้ที่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานอื่นเป็นผู้ทํา เอกสารที่ยื่นเป็นพยาน คําร้องทุกข์หรือคํากล่าวโทษที่ยื่นต่อเจ้าพนักงาน เพื่อประสงค์ทราบข้อเท็จจริงและ พฤติการณ์ต่างๆ อันเกี้ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหาเพื่อที่จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดและพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือ ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา
“สํานวนการสอบสวนคดีอาญาทั่วไป” หมายถึง สํานวนการสอบสวนคดีที่กล่าวหาว่า ผู้ใดกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่มีโทษทางอาญา ยกเว้นคดีจราจรทางบก
“สํานวนคดีจราจรทางบก” หมายถึง สํานวนการสอบสวนคดีที่กล่าวหาว่าผู้ใดขับรถ ในทางโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต และหรือทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2565 และมาตรา 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 มาตรา 300 และมาตรา 291
“สํานวนชันสูตรพลิกศพ” หมายถึง สํานวนการสอบสวนชันสูตรพลิกศพ ที่ได้ ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ซึ่งไม่ใช่สํานวนคดี เพียงแต่ให้นํา บทบัญญัติว่าด้วยการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้โดยอนุโลม
“สํานวนไม่ปรากฎว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิด” หมายถึง สํานวนคดีที่ไม่ปรากฎว่า ผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140(1) รวมทั้งคดีที่ไม่รู้จักชื่อ ชื่อสกุล และมีตําหนิรูปพรรณไม่เพียงพอที่จะเขียนภาพเหมือนผู้กระทำความผิดเพื่อขอให้ศาลออกหมายจับได้
“สํานวนคดีรู้ตัวผู้กระความผิด” หมายถึง สํานวนคดีที่รู้จักชื่อ ชื่อสกุล หรือรู้จักชื่อแต่ ไม่รู้จักชื่อสกุล หรือไม่รู้จักชื่อสกุล แต่มีตําหนิรูปพรรณเพียงพอที่จะเขียนภาพเหมือนผู้กระทำความผิด เพื่อขอให้ศาลออกหมายจับได้
ข้อ 2 นอกเหนือจากการยืมวัสดุตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในสถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย ถือปฏิบัติ ดังนี้
๑. การยืมพัสดุหรือนําพัสดุไปใช้ในกิจการใด ๆ ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการ โดยผู้ให้ยืมต้องคำนึงถึงความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงภารกิจของรัฐประกอบ การให้ยืมด้วย
๒. ผู้ให้ยืมต้องจัดให้ผู้ยืมทำหลักฐานการยืมเป็นลายลักษณ์อักษร ตามแบบฟอร์ม
ที่กรมบัญชีกลาง หรือสำนักงานตำรวจแห่งขาติ กำหนดทุกครั้ง
๓. ผู้ให้ยืมต้องกำหนดระยะเวลาส่งคืนพัสดุโดยปกติพึงกําหนดให้สอดคล้องกับเหตุผล ความจําเป็นในการใช้พัสดุที่ยืมนั้น ทั้งนี้ ระยะเวลาการยืมสูงสุดสำหรับการยืมแต่ละคราวไม่ควรเกิน ๑ เดือน นับจากวันที่ยืม หรือระยะเวลาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด แต่หากมีความจําเป็นอาจขอขยายระยะเวลา การยืมต่อไปได้ โดยดำเนินการให้มีหลักฐานการยืมที่ครอบคลุมระยะเวลายืมที่ขยายออกไป โดยนําข้อ ๒ มาใช้ โดยอนุโลม
๔. กรณี พัสดุที่ยืมเกิดชํารุดเสียหาย หรือใช้การไม่ได้ หรือสูญหายไป ให้ผู้ยืมจัดการ แก้ไขซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง หรือชดใช้เป็นพัสดุประเภท ชนิด ขนาด ลักษณะ และคุณภาพอย่างเดียวกัน หรือชดใช้เป็นเงินตามราคาที่เป็นอยู่ในขณะยืม
- เมื่อครบกำหนดยืม หากผู้ยืมยังไม่ส่งคืนพัสดุที่ยืมไป ให้ผู้ให้ยืมหรือเจ้าหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ให้ยืมติดตามทวงพัสดุที่ให้ยืมไปคืนภายใน 5 วัน นับแต่วันครบกำหนด
ข้อ ๓ แนวทางการจัดเก็บของกลาง เมื่อพนักงานสอบสวนได้รับของกลางในคดีอาญา-จราจร มาแล้ว พนักงานสอบสวนจะดำเนินการจดรูปพรรณสิ่งของลงในประจำวันคดีอาญา และ สมุดยึดทรัพย์ของ กลาง แล้วเขียนเลขลำดับที่ยึดทรัพย์ติดไว้กับของกลาง แล้วส่งมอบให้ผู้ที่มีหน้าที่เก็บรักษาของกลางประจำ สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย และมีการดำเนินการกับของกลางดังต่อไปนี้
– เมื่อที่มีหน้าที่เก็บรักษาของกลางได้รับของกลางมาแล้ว จะดำเนินการลงบันทึกสมุด ควบคุมของกลางประจำ สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย ออกเลขควบคุมของกลาง ใส่ซองเก็บของกลาง และนํา เก็บรักษาใน ตู้เก็บของกลางที่มีการป้องกันการสูญหาย และรีบดำเนินการนําของกลางในคดีที่ต้องตรวจพิสูจน์ ไปส่งตรวจพิสูจน์โดยเร็ว เช่น ของกลางที่เป็นยาเสพติด , อาวุธปืน ต้องนําส่งกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบ และรับรองว่าเป็นของกลางที่มีหรือใช้ในการกระทำความผิดจริง ส่วนของกลางชิ้นใหญ่เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ จะทำเช่นเดียวกันโดยจะติดสติ๊กเกอร์ให้ทราบว่าเป็นรถของกลาง และนําเก็บในบริเวณห้อง เก็บรถของกลางที่มีการป้องกันการสูญหาย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ของ สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย
สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย ต้องตรวจสอบสมุดยึดทรัพย์ของกลางเพื่อทราบว่าพนักงาน สอบสวนได้จัดการ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบหรือไม่ และทุกๆ 6 เดือน ต้องตรวจสอบสภาพของกลาง ว่าสภาพอย่างไร เสียหาย หรือสูญหายไปหรือไม่
– เมื่อคดีสิ้นสุดลงและพนักงานอัยการมีคำสั่งคืนของกลาง เจ้าหน้าที่เก็บรักษา ของกลาง ต้องแจ้งไปยังผู้มีสิทธิได้รับของกลางเพื่อทราบ โดยผู้มีสิทธิรับของกลางต้องมาเขียนคําร้องขอของ กลางคืน เสนอผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย เมื่อผู้กำกับการอนุมัติให้คืนของกลางแล้ว เจ้าหน้าที่ เก็บรักษา ของกลางตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารผู้รับของกลางและรายละเอียดของกลาง จากนั้นส่ง มอบคืนของกลางโดยถ่ายภาพและลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กรณีคดีสิ้นสุดลงและพนักงานอัยการมีคำสั่งให้ ริบของกลาง เจ้าหน้าที่เก็บรักษาของกลางดำเนินการเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อขออนุมัติขายทอดตลาดหรือ ทำลายแล้วแต่กรณี ( กรณีทำลายได้แก่ อาวุธปืน ฯลฯ )
– การขายทอดตลาดของกลางในคดีอาญา เมื่อทราบผู้มีสิทธิได้ของกลางคืน และเจ้าหน้าที่เก็บรักษาของกลางจะดำเนินการแจ้งหรือประกาศให้ผู้นั้นทราบแล้ว แต่ผู้นั้นไม่มารับของกลางไป เป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี ให้ของกลางนั้นตกเป็นของแผ่นดินและดำเนินการขายทอดตลาด ส่วนกรณีเมื่อไม่ทราบว่าของกลางนั้นมีผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิได้รับคืนของกลาง เจ้าหน้าที่เก็บรักษาของกลางจะ ดำเนินการประกาศหาของกลาง หากภายในระยะเวลา 5 ปี ไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวเป็นผู้มีสิทธิรับของกลาง ให้ ของกลางนั้นตกเป็นของแผ่นดิน และดำเนินการขายทอดตลาด
– แนวทางการจัดเก็บสํานวนการสอบสวนคดีอาญาและคดีจราจร เมื่อพนักงานสอบสวน ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว จะดำเนินการนําส่งสํานวนการสอบสวนฉบับจริงไปยังพนักงานอัยการเพื่อ พิจารณา และนําสํานวนการสอบสวนฉบับที่เป็นสำเนามอบให้กับเจ้าหน้าที่ธุรการคดี เพื่อบันทึกในสารบบและ จัดเก็บ เจ้าหน้าที่ธุรการคดีมีหน้าที่ควบคุมจำนวนโดยลงข้อมูลในสมุดควบคุมการเก็บสํานวนแยกเป็นรายปี เรียงลำดับจำนวนสํานวนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปี โดยจัดเก็บสำเนาสํานวนในตู้เก็บเอกสารที่มีการป้องกันการ สูญหาย จัดทำสมุดบันทึกการเบิกยืมสำเนาสํานวนไว้
ข้อ ๕ นอกจากการตรวจสอบพัสดุประจำปีตามกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ แล้ว ให้ สารวัตรอํานวยการสถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย ตรวจสอบ วัสดุ และบัญชีวัสดุเป็นประจำทุกเดือนรวมถึงเช็คสภาพดูแลรักษาให้วัสดุนั้นพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลาและ รายงานให้หัวหน้าสถานีทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้ดำเนินการตรวจสอบวัสดุ
ข้อ ๕ การรับของบริจาคให้บุคลากรใน สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อยปฏิบัติตามระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ทางราชการ พ.ศ. ๒๕๒๖ โดยกิจการใด ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการยืม การเก็บรักษา และการตรวจสอบ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบดังกล่าว ให้ถือปฏิบัติตาม ประกาศฉบับนี้โดยอนุโลม
ข้อ 6 สถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย มีอำนาจหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ และเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้บุคลากรในสังกัดรับทราบและถือปฏิบัติตามมาตรการจัดการทรัพย์สินของราชการและของบริจาค ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2567
วาระที่ ๒ เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมเพื่อทราบ
-ผกก.สน.จรเข้น้อย แสดงกิจกรรมการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม การต่อต้านการทุจริต/สินบนในสถานีตำรวจนครบาลจรเข้น้อย
– สว.อก.สน.จรเข้น้อย ปิดประกาศ สถานีตํารวจนครบาลจรเข้น้อย เรื่อง มาตรการแนวทางการยืมหรือเบิกจ่ายทรัพย์สินของราชการ ของบริจาค และการจัดเก็บของกลางและสํานวนการสอบสวนคดีอาญาและคดีจราจร
และปิดประกาศ สถานีตํารวจนครบาลจรเข้น้อย เรื่อง การจัดการทรัพย์สินของราชการ ของบริจาค และการจัดเก็บของกลางและสํานวนการสอบสวนคดีอาญาและคดีจราจร ให้ทราบทั่วกัน
วาระที่ ๓ เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา
–
วาระที่ ๔ เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี
–
เลิกประชุมเวลา 11.00 น.
